ข้อแตกต่างของการดูแลเยาวชนของประเทศไทยกับอเมริกา

ในสังคมไทยกับสังคมตะวันตกนั้น มีความแตกต่างกันอย่างมากในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม รวมถึงการเรียนรู้ลูกหลานของตนเอง บ่อยครั้งที่สังคมระหว่างสองประเทศตั้งข้อเปรียบเทียบในความแตกต่างระหว่างกัน ครอบครัวตะวันตกโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการเลี้ยงดูลูกหลานตัวเองด้วยการปล่อยให้เขามีอิสระทางความคิด และการลงมือทำ โดยไม่มีการบังคับ หรือกีดกันในความเป็นตัวตนของลูก มีแต่จะสนับสนุนให้เขาป็นอย่างที่ต้องการ ต่างจากความคิดของผู้ปกครองชาวไทย พ่อแม่คนไทยมีแนวโน้มที่จะคิดเผื่ออนาคตของลูกมากจนเกินไป ด้วยการวางแผนให้เด็ก ๆ ทำตาม จนสุดท้ายพวกเขาอาจลงเอยด้วยการใช้ชีวิตที่ไม่มีความสุข

ถัดมาเป็นเรื่องของความรัก ชาวต่างชาติขึ้นชื่อเรื่องความเปิดเผย และมีอิสระอย่างมาก ในบ้านเขาคู่รักจะยืนกอดยืนจูบอย่างไรก็ได้ โดยไม่มีใครมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ในกลางกลับกันเรามองการกระทำของพวกเขาในประเทศบ้านเราว่าเป็นการกระทำที่น่าไม่อาย ซึ่งมันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่าในฐานะผู้ปกครองพวกเขาก็เปิดโอกาสให้ลูก ๆ ของพวกเขาได้สัมผัสกับประสบการณ์ในความรักอย่างเต็มที่ ไม่บังคับเหมือนบ้านเราที่ว่าไม่ให้มีแฟนตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งมันเป็นความคิดที่ล้าหลังไปแล้วสำหรับสายตาชาวตะวันตก

สำหรับบ้านเขาการเลี้ยงดูให้ลูกหลานดูแลตัวเอง และมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะไม่เข้ามาช่วยเหลือใด ๆ หากไม่จำเป็นจริง ๆ ต่างจากพ่อแม่ไทยที่คอยโอ๋ลูกอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเงินก็แบมือขอพ่อแม่ เด็กฝรั่งส่วนใหญ่ออกไปทำงานนอกเวลาหาเงินกันตั้งแต่เด็ก ๆ และเรื่องที่ชอบหยิกยกเรื่องการซื้อรถยนต์มาเป็นตัวอย่าง เขาว่าพ่อแม่ฝรั่งจะซื้อรถคันแรกให้กับลูก แต่เป็นรถยนต์มือสอง เพื่อให้เขารู้จักคุณค่ามากขึ้น จากนั้นจึงค่อยขยับเป็นที่มีราคามากขึ้น ซึ่งแนวคิดนี้ก็ได้นำมาปรับใช้ในสังคมบ้านเราบ้างแล้ว ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีมากเลยในการเลี้ยงลูกด้วยวิธีการแบบนี้

สังคมตะวันตกเน้นการสังสรรค์ ปาร์ตี้ และกิจกรรม ส่วนใหญ่วันหยุดมักจะพากันไปย่างบาร์บีคิวกันหลังบ้าน สำหรับบ้านเราทำงานกลับบ้านมากินข้าวอาบน้ำนอนกันแล้ว วันหยุดก็มักจะอยู่บ้านกันเสียมากกว่า อาจจะเพราะการเดินทางไม่ค่อยสะดวกเหมือนบ้านเขาด้วยล่ะ ในประเทศตะวันตกเต็มไปด้วยภูเขาและป่าไม้มากมาย จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากหากจะไปสัมผัสกับธรรมชาติ ออกไปเดินป่า ตั้งแคมป์ไฟร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ถือเป็นการหาประสบการณ์พร้อมกับสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกันในครอบครัว