ข้อแตกต่างระหว่างสังคมนิยมกับทุนนิยมมีอะไรบ้าง

มาดูข้อแตกต่างระหว่างทุนนิยมและสังคมนิยมกันบ้างว่า ประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม กับที่ใช้สังคมนิยม แบบไหนจะสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า แล้วแก้ปัญหาความยากไร้ของประชาชนได้ดีกว่ากัน อันที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ขึ้นอยู่กับบริบทของการนำไปใช้งานจริงและสถานการณ์ต่างๆของแต่ละประเทศด้วย

ทุนนิยม

ข้อเด่นที่สุดย่อมไม่พ้น การเปิดเสรีทางด้านเศรษฐกิจ ประชาชนทุกคนสามารถเป็นเจ้าของกิจการ สามารถลงทุน ผลิต คิดค้น แข่งขัน สร้างฐานะได้เต็มที่ ตัวอย่างที่ชัดเจนและถือว่าเป็นตัวแทนของแนวคิดในระบบนี้คือ สหรัฐอเมริกา ภาครัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงทางการค้า หรือการผลิต เอกชนคือผู้กำหนดทุกอย่าง ในทางปฏิบัติแล้ว รัฐอาจจะเข้าไปมีส่วนบ้างเพื่อป้องกันการผูกขาดไม่ให้มากเกินไป เช่นการออกกฎหมายห้ามผูกขาดทางการค้า ทำให้เกิดการแข่งขันได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ทุนรายเล็กรายน้อยก็ไม่สามารถสู้นายทุนใหญ่ได้อยู่ดี จึงมีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนมากขึ้นทุกที แต่ข้อดีก็คือ ถ้ามีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือหาช่องทางใหม่ๆ ก็มีโอกาสแซงหน้าทุนใหญ่เดิมขึ้นไปแทนที่ได้ แต่จะมีสักกี่รายที่ทำได้จริงๆ

 

สังคมนิยม

เป็นแนวทางที่คิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอันเกิดจากทุนนิยมเสรี ที่ทำให้คนยากไร้จำนวนมากหมดโอกาสลืมตาอ้าปาก เพราะเมื่อเกิดมาก็ยากจนแล้ว โอกาสที่จะไปแข่งขันในการผลิตเพื่อค้าขาย แทบจะไม่มี ได้แต่เป็นแรงงานเท่านั้น จึงต้องมีการปฏิรูปให้มาสู่โครงสร้างรัฐในเชิงเศรษฐกิจ ให้รัฐเป็นผู้กำหนดกลไกทางเศรษฐกิจเป็นหลักทั้งหมด โดยเฉพาะการจัดสร้างระบบรัฐสวัสดิการที่คนยากไร้สามารถเข้าถึงได้เต็มที่ แต่ปัญหาใหญ่ของแนวคิดนี้คือ รัฐบาลสังคมนิยมมักไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องได้จริง เพราะภาคการผลิตขาดการแข่งขัน ไม่มีแรงกระตุ้น ด้วยถือว่าทรัพย์สินหลักของประเทศนั้นเป็นสิงที่รอให้รัฐนำมาแจกจ่าย ในทางการเมืองแล้ว ประชาชนแทบจะไม่มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองได้เลย เพราะในทางปฏิบัติจริง พรรคการเมืองสังคมนิยมที่มักมาจากการปฏิวัติระบบเก่าแล้วเข้าไปปกครองนั้น ก็เอาแต่ผลประโยชน์ของพวกตนเป็นหลัก ประชาชนทั่วไปไม่มีโอกาสเข้าไปได้

 

จึงสรุปได้ว่า

ทุนนิยม คือ เอกชนเป็นใหญ่ แข่งขันสูง คนส่วนหนึ่งอาจรวยมาก และคนส่วนใหญ่อาจจนมาก

สังคมนิยม คือ รัฐเป็นใหญ่ ไม่มีการแข่งขัน อาจรวยได้ทั้งประเทศ แต่ส่วนใหญ่ที่พบคือจนทั้งประเทศ

ในยุคปัจจุบัน จึงมีหลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปเหนือพยายามนำข้อดีเด่นของทั้งสองแนวคิดมาใช้ เท่ากับล้มล้างทฤษฏีเก่าๆทิ้งว่าทุนนิยมเป็นเรื่องสามานย์ ส่วนสังคมนิยมขัดต่อประชาธิปไตยเสรี เพราะประเทศในยุโรปเหนือได้จัดตั้งสวัสดิการรัฐที่ยอดเยี่ยม ประชาชนเข้าถึงได้แทบทุกระดับ แต่ต้องแลกมาด้วยภาษีอัตราก้าวหน้าที่สูงมาก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็พร้อมจ่าย เพราะถือว่ารัฐบาลค่อนข้างปลอดการคอรัปชั่น ยกระดับชีวิตผู้คนโดยรวมได้จริงๆ

สุดท้ายแล้ว แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีข้อแตกต่าง แต่หากนำมาผสมผสานได้พอเหมาะ ก็ย่อมส่งผลดีต่อประชาชน