ควรจะแก้ปัญหาเยาวชนติดเกมอย่างไร

ทุกคนที่เล่นวิดีโอเกมรู้ดีว่าเกมทำให้เราสนุก ตื่นเต้น และมีประสบการณ์ใหม่ๆ ในขณะที่บางคนสามารถวางจอยปิดเกมและไปทำกิจกรรมกับครอบครัว แต่ปัญหาคือบางคนเลือกที่จะไม่วางจอยนี่สิ สิ่งนี่หละที่เราเรียกว่า “การติดเกม” ซึ่งเกิดกับเด็กเป็นส่วนใหญ่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย มันเป็นปัญหานาสังคมเรามาหลายสิบปีแล้ว แถมมันยังมีตัวเลขเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นหลังจากอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในสังคม ตอนนี้เด็กส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงและเล่นเกมได้ตลอดทั้งวัน มันจะไม่มีปัญหาถ้ารู้จักเล่นให้เป็นเวลา แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาละทิ้งความรับผิดชอบและความเป็นจริงของชีวิตทั้งหมดเพื่อกลายเป็น “ส่วนหนึ่ง” กับเกมมีความต้องการที่จะเล่นเกมอยู่ตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบในประจำวัน เช่นการบ้าน หรือ งานบ้าน

สถิติการติดเกมของเด็ก

นักวิจัยและนักสังคมศาสตร์ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน เพื่อศึกษาและทำแบบสำรวจในเรื่องความเดือดร้อนจากการเสพติดวิดีโอเกม ตั้งแต่การถือกำเนิดของวิดีโอเกมในปี 1970 และ 1980 คำว่า “การเล่นเกม” ได้กลายเป็นคำศัพท์ยอดนิยมที่ผู้คนทุกวัยใช้กัน ไม่ใช่เฉพาะวัยรุ่น น่าแปลกที่การเสพติดวิดีโอเกมไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่สามารถติดเกมได้พอๆกับเด็ก และมักจะมีปัญหาที่รุนแรงกว่า เช่น การพนันในเกม การเสียเงินซื้อของในเกม การโดนหลอกภายในเกม จากการสำรวจพบว่าร้อยละ 41 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาเล่นวิดีโอเกมเพื่อหนีจากชีวิตจริง เกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นหลายคนนั้นดูเหมือนจะเป็นเกมประเภทเสพติดมากที่สุดอาจเป็นเพราะระบบสังคมของชุมชนที่พวกเขาสร้างขึ้น

โดยนักเรียนที่ติดเกมวิดีโอมักจะทำคะแนนการทดสอบทางวิชาการต่ำกว่านักเรียนที่ไม่ติดเกม เพศก็มีผลเช่นกัน เด็กผู้ชายมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ติดวิดีโอเกมมากกว่าเด็กผู้หญิง เด็กผู้หญิงที่ติดเกมมักชอบเล่นเกมที่เกี่ยวข้องกับปริศนา และกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟมากกว่าความรุนแรงและความก้าวร้าว จากงานศึกษาแผนที่ของสมอง โดยสมองของผู้ติดเกม มีลักษณะเดียวกันกับรูปแบบของผู้ติดแอลกอฮอล์ ติดยาเสพติด นอกจากนี้เมื่อดูจากจำนวนโปรเกมเมอร์กว่า 7,000 คนทั่วโลก ยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนติดเกมกว่า 12%

แนวทางแก้ปัญหาสำหรับเด็กติดเกม

อันดับแรกคือผู้ปกครองที่ควรจะคุยเรื่องความเสี่ยงของการเล่นเกมกับเด็ก ควรมั่นใจว่าพวกเขาเข้าใจว่าอะไรคือการเล่นเพื่อสนุก ไม่ควรใช้เวลานานเกินไปในการเล่น การรู้จักเกมที่เด็กเล่นก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เกมบนโลกนี้มีหลายประเภท ส่วนใหญ่จะมีการจัดเรทอายุไว้ให้แล้ว แต่ก็อย่าชะล่าใจที่จะศึกษาความเสี่ยงของเกมนั้นเสียก่อนว่าเหมาะสมกับวัยเด็กหรือไม่ สุดท้ายคือการเฝ้าดูการเล่นของเด็ก หากแสดงอาการก้าวร้าวก็ควรจะเข้าไปห้ามและให้คำแนะนำ สิ่งที่ดีสุดในการแก้ปัญหาคือการเล่นเกมด้วยกัน หรือการหากิจกรรมอื่นทำ