ประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมนั้นหมายถึงอะไร

ในชั้นเรียนระดับประถม มัธยม มักสอนว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองที่แบ่งรูปแบบการปกครองให้มีสามฝ่ายเพื่อถ่วงดุลยอำนาจ คือ นิติบัญญัติ บริหาร ศาล และมีผู้นำฝ่ายบริหาร เช่น ประธานาธิบดี หรือ นายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง

แล้วแนวทางประชาธิปไตยสังคมนิยมคืออะไร (Social-Democracy)

ที่มาของแนวคิดนี้ เป็นผลจากปัญหาสะสมของประชาธิปไตยแบบทุนนิยมเสรีในช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนห่างกันมากขึ้น เพราะคนรวยสามารถใช้เงินทุนสร้างธุรกิจได้เท่าไหร่ก็ได้ ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือกำหนดราคาสินค้า เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ แนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ที่นิยมตลาดเสรีนั้นให้เหตุผลว่า ปล่อยให้เป็นการทำงานของกลไกตลาดเอง แต่ปรากฏว่าเอาเข้าจริง ความเหลื่อมล้ำกลับยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ชนชั้นแรงงานในประเทศที่ใช้ระบบตลาดเสรี โดยเฉพาะในอเมริกา จึงไม่สามารถมีอำนาจต่อรองอะไรได้เลย

กระทั่งช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ก็ได้เกิดมีขบวนการสังคมนิยมประชาธิปไตยก่อตัวขึ้นในทวีปยุโรป แนวคิดแบบสังคมนิยมมาแพร่หลายโดยนักคิดชื่อดังคือ คาร์ล มาร์กซ ส่งผลทำให้เกิดพรรค SPD ในเยอรมัน จากนั้นก็แพร่หลายไปในหลายประเทศของยุโรปเวลานั้น โดยเฉพาะที่เยอรมันและรัสเซีย ไปถึงหลายประเทศในยุโประตะวันออก ต่อมาก็เข้าไปสู่จีนและทวีปอเมริกาใต้ ระบบนี้จะไม่มีกษัตริย์เป็นประมุข ต่อมาก็เริ่มขยายรูปแบบออกไปเป็น ประชาธิปไตยสังคมนิยม ซึ่งประชาชนจะมีส่วนร่วมในการบริหารปกครองประเทศ แต่ในทางเศรษฐกิจแล้วจะใช้หลักการสังคมนิยม

อันที่จริง สังคมนิยมประชาธิปไตย มีความหมายที่ค่อนข้างหลากหลายในประวัติศาสตร์ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เป็นแนวทางการเมืองที่พยายามปฏิรูป แก้ไขระบอบทุนนิยม ให้มาสู่โครงสร้างรัฐในเชิงเศรษฐกิจ เรียกง่ายๆว่า ให้รัฐเป็นผู้กำหนดกลไกทางเศรษฐกิจเป็นหลักทั้งหมด จัดสร้างระบบรัฐสวัสดิการ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้คนยากไร้สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้

ในทัศนะของนักคิดหลายฝ่าย จึงถือว่านี่คือประชาธิปไตยโดยแท้ที่จะช่วยให้ผู้คนอยู่ดีกินดี ขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ลดปัญหาปลาใหญ่กินปลาเล็กของโลกทุนนิยม แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะทำให้ภาครัฐมีอำนาจมากเกินไปในเชิงกลไก ถ้าหากว่าได้รัฐบาลที่ดีเยี่ยม ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าไปไกลมาก แต่ถ้าไม่ ก็จะเกิดปัญหาทุจรติ คอรัปชั่น ดังที่เกิดขึ้นแล้วกับในหลายประเทศ สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ต้องปรับเปลี่ยนตนเองไปสู่ตลาดเสรีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายประเทศได้นำสังคมนิยมมาผสมผสานกับประชาธิปไตยจนกลายเป็นระบบผสม คือนำข้อดีมาใช้ในแง่รัฐสวัสดิการ แต่ใช้ตลาดเสรีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย ดังตัวอย่างของประเทศจีนในสมัยของเติ้งเสี่ยวผิง ได้เปิดตลาดเสรี แต่ใช้การเมืองแบบสังคมนิยม ผูกขาดอำนาจรัฐกับพรรคเดียว แต่ประชาชนก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการ ทำมาค้าขายได้เต็มที่ ส่วนรัฐจะเข้าไปกำหนดราคาตลาด และร่างตัวบทกฎหมายเพื่อป้องกันทุนนิยมต่างชาติเข้ามากลืนกิน

สุดท้ายแล้วจะเป็นระบบไหน ขอเพียงผสมผสานได้เหมาะสม และทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ก็จะได้รับการสนับสนุนจากคนในชาติ