กฎหมายเรื่องเยาวชนนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามันถูก

สิ่งที่ควรรู้สำหรับกฎหมายเยาวชน ในแต่ละประเทศ

กฎหมายเรื่องเยาวชนนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามันถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ซึ่งแบ่งตามอายุ และความผิด โดยอายุจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ “สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 7 ปี” เป็นผู้ที่ไม่มีความผิดทางอาญา และ “สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 18 ปี” และแบ่งขอบเขตความผิดในเยาวชนออกเป็น 2 ประเภท คือ “ความผิดอาญา” และ “ความผิดสำหรับเด็กโดยเฉพา” ในหลายประเทศจะมีกฎหมายสำหรับเด็กแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วเพื่อเป็นการปกป้องเด็ก เพราะมีความคิดที่ว่าเด็กอาจก่อเหตุด้วยความไม่ตั้งใจ และมีโอกาสที่จะกลับตัวได้มากกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง

สำหรับคดีที่ก่อโดยเยาวชนนั้น จะถูกพิพากษาด้วย “ศาลเยาวชนและครอบครัว” ตามมาตรา 20 เป็นผู้รับผิดชอบคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน และครอบครัวที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย มีอำนาจเช่นเดียวกับศาลอื่นๆ สำหรับความผิดที่จะลงโทษเยาวชนนั้น จะต้องถูกส่งไปยัง ”สถานพินิจ” ตามมาตรา 39 โทษที่จะใช้ลงทัณฑ์เด็กนั้นได้แก่ การเฆี่ยน การทำงาน การตัดผลประโยชน์  ศาลเยาวชนมีข้อดีหลายอย่าง มีความยืดหยุ่นที่จะนำมาใช้ในการนำความยุติธรรมมาใช้เฉพาะคดี สามารถคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กได้ โดยจะมีการแยกพิจารณาคดี โดยเจ้าหน้าที่ของศาลจะเป็นผู้ที่มีความรู้จิตวิทยาในเด็กเป็นพิเศษ รวมถึงมีสิทธิในการแก้ไขคำพิพากษาได้ด้วยตนเอง

ขั้นตอนการพิจารณาคดีในศาลเยาวชน

เมื่อเยาวชนถูกจับกุมหลังจากกระความผิดจะถูกเจ้าหน้าที่นำไปสอบสวน หลังจากนั้นจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบในทันที หลังจากนั้นจะมีการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา โดยจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมสอบปากคำ (นักสังคมฯ) เมื่อเสร็จสิ้นการสอบปากคำทางตำรวจจะแจ้งไปทางสถานพินิจและส่งตัวไปศาลเยาวชนภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยที่ศาลเยาวชนจะให้สถานพินิจไปสืบข้อเท็จจริงของคดี หลังจากนั้นจะต้องส่งรายงานกลับมาภายใน 30 วัน จึงจะเริ่มพิจารณาคดีได้

สำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี จะได้รับการประเมินว่าควรจะส่งไปสถานสงเคราะห์หรือไม่ หากพนักงานสอบสวนคิดว่าจำเป็นจะถูกส่งไปบ้านพักเด็ก เมื่อพนักงานประเมินว่าไม่มีความจำเป็นเด็กจะถูกส่งกับไปอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 10 – 15 ปี จะมีการลงโทษตามความเหมาะสม อย่างเช่น การตักเตือนเด็ก หรือ ผู้ปกครอง หรือสั่งให้มีพนักงานคุมประพฤติ สุดท้ายคือส่งไปสถานอบรม หรือ สถานพินิจ สำหรับเด็กเยาวชนที่อายุ 15 – 18 ปี จะเหมือนกับวิธีการประเมินเช่นเดียวกับ 10 – 15 ปี หรืออาจได้รับการลดโทษครึ่งหนึ่ง สุดท้ายคือเยาวชนอายุ 18 – 20 ปี อาจได้รับการลดโทษ 1 ใน 3 ทีกฎหมายกำหนด หรือ ถ้าศาลเห็นว่ามีความผิดที่รุนแรงและมีอันตรายต่อผู้อื่นเมื่ออยู่ในสังคม จะถูกสั่งขังในเรือนจำแทน