หน้าที่ของพลเมืองในประเทศที่เป็นสังคมนิยม

สังคมนิยม มีผู้ให้ความหมายไว้มาก ตัวอย่างเช่น การที่สังคมต้องดูแลพลเมืองของรัฐ ด้วยการให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงระบบสวัสดิการขั้นพื้นฐานได้ เช่น การรักษาพยาบาล การหาที่อยู่อาศัย การศึกษา และในอีกหลายมิติ โดยรวมแล้วจึงหมายถึง การผลิตเพื่อส่วนรวม เพื่อรัฐ แล้วแบ่งสรรให้ประชาชนที่เป็นพลเรือนเข้าถึงได้

ขณะเดียวกัน พลเมืองก็มีหน้าที่ของตนเพื่อรัฐ ทั้งส่วนกิจกรรมและวัตถุประสงค์ของกลุ่ม ต้องเป็นไปเพื่อสังคมส่วนใหญ่ ไม่แค่ผลประโยชน์เฉพาะส่วนตนเท่านั้น อีกทั้งการกระทำต้องอยู่ใต้การควบคุมของสังคมด้วย

ในเมื่อเป็นการปกครองที่มีระบบเศรษฐกิจซึ่งรัฐกำหนดทุกอย่างตั้งแต่นโยบาย กลไก กระบวนการ ราคาสินค้า และการกระจายสู่ประชาชน ดังนั้นผู้คนก็ต้องมีหน้าที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตนั้น ในขณะที่ระบบทุนนิยมเสรีนั้น เปิดช่องว่างให้เจ้าของกิจการหรือนายทุนรายใหญ่เป็นผู้ควบคุมการผลิต เป็นเจ้าของโรงงาน ซึ่งก็จะขูดรีดชนชั้นแรงงานอย่างไรก็ได้ เมื่ออยู่ในระบอบสังคมนิยม ประชาชนที่เป็นแรงงานส่วนใหญ่จะได้ค่าตอบแทนในอีกรูปแบบ หนึ่งในตัวอย่างที่ได้ผลดีมากคือกลุ่มประเทศในยุโรปเหนือ หรือ สแกนดิเนเวีย ที่ใช้สหกรณ์เข้ามาช่วย เพราะเท่ากับว่ากิจการใหญ่ๆที่มีกลุ่มคนร่วมกันเป็นเจ้าของ จะได้ทำงานร่วมกันแล้วมีโอกาสได้รับแบ่งปันผลผลิตในหมู่สมาชิก แต่ก็เฉพาะแค่ในยุโรปเหนือเท่านั้น ประเทศซึ่งใช้สังคมนิยมในการปกครอง ก็ยังไม่สามารถกระจายทรัพยากรหรือสวัสดิการรัฐให้ประชาชนผู้ยากไร้ได้ดีพอ

ดังนั้นข้อโดดเด่นก็คือ รัฐต้องให้สวัสดิการแก่ประชาชนที่เป็นพลเมืองหลักของประเทศ ประชาชนก็ต้องทำงานตามหน้าที่ต่อรัฐ

ในช่วงกลางของศตวรรษที่ 19 ได้มีการพยายามนิยามและใช้คำว่าสังคมนิยม กับ คอมมิวนิสต์ แทนที่กันอยู่ โดยเฉพาะแนวคิดของ คาร์ล มาร์กซ และ เองเกิล พวกเขามองว่า สังคมนิยมคือระดับขั้นที่ทรัพย์สินส่วนมากจากกระบวนการผลิต มีประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกัน ความแตกต่างทางชนชั้นยังมีอยู่บ้าง ก่อนจะไปถึงจุดสูงสุดของแนวคิดคอมมิวนิสต์ ไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชั้นอีกต่อไป แต่ก่อนจะไปถึงระดับนั้น สังคมต้องมีการขับเคลื่อน ในเวลาต่อมา เลนิน นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ได้พัฒนาแนวคิดไปอีกว่า จำเป็นต้องทำการปฏิวัติ ชนชั้นแรงงานต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถไปสู่จุดมุ่งหมายคือการล้มล้างชนชั้นได้ สุดท้ายแล้วก็แพร่ออกไปในหลายประเทศ เช่น จีน ทวีปอเมริกาใต้ และยุโรปตะวันออก

แต่ในทางปฏิบัติจริง ก็เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงชนชั้นผู้นำในการปกครองเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้ว พลเมืองที่เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิต ก็ยังยากจนเช่นเดิม ในหลายประเทศที่ใช้ระบบนี้ แม้ว่าจะมีรัฐสวัสดิการ แต่ก็มีประสิทธิภาพต่ำ เข้าถึงยาก มีการทุจริต คอรัปชั่น โดยข้าราชการหรือผู้มีอำนาจในการปกครอง