หลักสูตรลูกเสือ พัฒนาเยาวชน จริงหรือ

หลักสูตรการเรียนลูกเสือถือเป็นหลักสูตรการเรียนขั้นพื้นฐานอีกวิชาหนึ่งที่เด็กชายทุกคนจะต้องเคยผ่านการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้มาตั้งแต่ระดับชั้นประถมต้น พูดง่ายๆ ก็คือว่าตั้งแต่เข้าชั้น ประถม 1 มาก็ต้องผ่านการเรียนวิชาลูกเสือไปจนถึงระดับมัธยมต้นรวมๆ แล้วก็เป็นเวลา 9 ปีอย่างน้อยเลยทีเดียว นั่นทำให้การเรียนวิชาลูกเสือกลายเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่คนทั่วไปคุ้นเคยกันดีแต่เมื่อมองในภาพของหลักการเรียนไม่ว่าจะเป็นรูปแบบวิชาที่สอน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าจริงๆ แล้วการเรียนวิชาหลักสูตรลูกเสือนี้สามารถพัฒนาเยาวชนได้จริงหรือไม่ หลักสูตรลูกเสือกับการพัฒนาเยาวชน วัตถุประสงค์พื้นฐานของการเรียนหลักสูตรลูกเสือก็เพื่อต้องการพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา แต่มุ่งเน้นไปตามวัตถุประสงค์ วิธีการที่ลูกเสือโลกได้กำหนดเอาไว้ ปัจจุบันนี้การเรียนหลักสูตรลูกเสือจะมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของตัวบุคคลไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย สมอง จิตใจ และศีลธรรม เพื่อให้บุคคลคนๆ นั้นสามารถประพฤติตนเองได้อย่างดีงาม ไม่ทำตนเองให้เป็นปัญหาแก่สังคม สามารดำรงชีวิตของตนเองให้อยู่อย่างเป็นสุขไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ซึ่งหลักการด้านการเรียนลูกเสือประกอบไปด้วย มีศาสนาเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ความจงรักภักดีต่อศาสนาที่ตนเองเคารพนับถือ...

ทัศนคติ และรูปแบบการใช้ชีวิตของเยาวชนจากต่างประเทศเป็นอย่างไร

ในแต่ละประเทศบนพื้นที่ของโลกใบนี้ย่อมมีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นภาษา เชื้อชาติ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ รูปแบบการใช้ชีวิต การอบรมเลี้ยงดู นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้คนในพื้นที่ต่างๆ ของโลกเติบโตขึ้นมาด้วยลักษณะที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางด้านความคิด การกระทำ การใช้ชีวิต สังคมที่เป็นอยู่ หรือแม้แต่มุมมองที่แตกต่างกัน นั่นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่เกิดไล่เรียงมาจนเป็นเด็กเยาวชนก่อนก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ ทัศคติและรูปแบบการใช้ชีวิตของเยาวชนแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันรวมไปถึงเยาวชนของประเทศไทยกับต่างประเทศด้วย ความแตกต่างระหว่างทัศนคติและรูปแบบการใช้ชีวิตของเยาวชนไทยกับต่างประเทศ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจด้านทัศนคติและรูปแบบการใช้ชีวิตของเยาวชนไทยเสียก่อน ด้วยนิสัยคนไทยแต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนที่มีความรัก ความห่วงใย การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเสมอ ดังนั้นการทัศนคติของเด็กไทยจะมองในเรื่องของการให้ความรักของคนในครอบครัวเป็นหลัก การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวจะทำให้เยาวชนไทยรู้สึกได้ว่าสถาบันครอบครัวคือสิ่งสำคัญ พร้อมทั้งมีมุมมองของการให้ความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสกว่า แต่ปัญหาก็คือด้วยทัศนคติแบบนี้ทำให้เยาวชนไทยจะไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอะไรด้วยตนเองมากนักเพราะกลัวว่าจะผิดและโดนตำหนิติเตียนจากคนรอบข้าง ส่วนรูปแบบการใช้ชีวิตของเยาวชนไทยก็จะเน้นเรื่องของการอยู่ภายใต้กรอบที่ถูกกำหนดเอาไว้ แม้อาจมีบ้างที่ทำอะไรนอกกรอบแต่สุดท้ายแล้วก็มักจะรู้สึกว่าการใช้ชีวิตนอกกรอบมันไม่ค่อยมีคนในสังคมชื่นชอบมากนัก ส่วนทัศนคติของเยาวชนต่างประเทศขอเลือกประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส หรือแม้แต่ญี่ปุ่นก็ตาม...

ความคิดของเยาวชนจากต่างจังหวัด กับกรุงเทพ แตกต่างกันอย่างไร

แม้ว่าจะเป็นเยาวชนจากประเทศเดียวกันแต่ด้วยพื้นที่อยู่อาศัยต่างกันทำให้อะไรหลายๆ อย่างย่อมต่างกันด้วยโดยเฉพาะเรื่องของแนวความคิดหรือมุมมองการใช้ชีวิตต่างๆ นึกภาพง่ายๆ ก็คือด้วยสภาพแวดล้อมที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต สังคมรอบตัว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนที่ต่างกันทำให้เด็กต่างจังหวัดกับเด็กกรุงเทพฯ ย่อมมีความคิดไม่เหมือนกันเป็นเรื่องธรรมดา จะว่าไปแล้วมุมมองของแต่ละคนก็ไม่ได้มีใครผิดใครถูกเพียงแต่ว่าด้วยประสบการณ์ที่พบเจอมามันก็เลยทำให้เด็กของ 2 เมืองนี้มองอะไรหลายๆ อย่างต่างกัน ความแตกต่างด้านความคิดของเยาวชนจากต่างจังหวัดกับเด็กกรุงเทพฯ มุมมองความคิดของเด็กต่างจังหวัด เน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลักด้วยครอบครัวที่อาจไม่ได้สุขสบาย มีบ้านหลังใหญ่โต ทำให้เด็กต่างจังหวัดมีแนวความคิดเรื่องของการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ไม่ค่อยได้อยู่กับความสบายจนรู้สึกว่าตนเองสามารถเอาตัวรอดได้แม้เจอสถานการณ์ย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม อยู่ง่าย กินง่าย เพราะตามต่างจังหวัดพื้นฐานด้านการใช้ชีวิตจะไม่ฟุ้งเฟ้อ อยู่แบบเรียบง่าย ใช้ชีวิตออกแนวสมถะเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยสนใจด้านเทคโนโลยีเท่าที่ควรด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจยังเข้าถึงได้ไม่มากพอประกอบกับการใช้ชีวิตของเด็กต่างจังหวัดเน้นอยู่กับธรรมชาติและความเป็นจริงมากกว่าด้วยส่วนหนึ่ง มุมมองเกี่ยวกับผู้คนรอบข้างจะค่อนข้างสร้างมนุษยสัมพันธ์ง่ายเพราะการใช้ชีวิตในต่างจังหวัดพิษภัยของผู้คนน้อยกว่าแต่นั่นก็จะทำให้ไม่ทันคนหากจำเป็นต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองได้เหมือนกัน มุมมองความคิดของเด็กกรุงเทพฯ เน้นการพึ่งพาคนอื่นไปพร้อมๆ กับตนเอง ยกตัวอย่างเช่น บางคนต้องมีพ่อแม่ช่วยเหลือในหลายๆ...

เยาวชนในยุคปัจจุบันใช้ชีวิตยังไง

ด้วยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในอยู่ตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเป็นเรื่องธรรมดาเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ต้องยอมรับสิ่งเหล่านี้ที่เปลี่ยนแปลงไปจุดประสงค์หลักก็เพื่อต้องการให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของมนุษย์มากขึ้น อะไรก็ตามที่เคยทำไม่ได้มาในปัจจุบันหลายเรื่องก็สามารถทำได้จริง นั่นส่งผลมายังเด็กที่เกิดขึ้นมาใหม่ด้วยเพราะเมื่อพวกเขาเกิดมาในยุคสมัยใดก็จะถูกให้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตของยุคสมัยดังกล่าวกันต่อไป เด็กแต่ละยุคสมัยจึงมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง การใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคปัจจุบัน จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคนี้เองก็สามารถแบ่งออกได้เป็นหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน การใช้เวลาว่าง การมีเวลาส่วนตัว ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงสื่อต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากยิ่งขึ้นด้วย โดยสรุปแล้วการชีวิตของเยาวชนยุคนี้เป็นแบบนี้ มีการแข่งขันทางด้านการเรียนมากขึ้น เพราะด้วยความที่โรงเรียนกวดวิชามีมากขึ้นในปัจจุบันนี้ ทำให้เรื่องของการเรียนกลายเป็นการแข่งขันที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน หากถามว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่แน่นอนว่าการเรียนย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็กทุกคน แต่จริงๆ แล้วการเรียนไปพร้อมๆ กับการช่วยเหลือเพื่อนคนอื่นๆ ด้วยจะดียิ่งกว่า สื่อออนไลน์มีผลต่อการใช้ชีวิต นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดว่าสื่อออนไลน์ในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อเยาวชนมากน้อยขนาดไหน เอาง่ายๆ ว่าทุกวันนี้เด็กทุกคนต้องพกมือถือที่มีอินเตอร์เน็ตไปไหนต่อไหนได้คนละเครื่องเป็นอย่างต่ำ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำผ่านสื่อออนไลน์ อาทิ...
1 2 7